การตลาดออนไลน์

ดังนั้นในกระบวนการของการสร้างเว็บไซต์ คุณควรระลึกไว้เสมอว่าเว็บไซต์ของคุณจะต้องสามารถแสดงผลบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ดีไม่ต่างจากโน้ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ ความเร็วในการโหลด อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญสำหรับการทำ SEARCH ENGINE OPTIMIZATION ก็คือความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ของคุณ ทั้งนี้เนื่องจากหากเว็บไซต์ของคุณใช้เวลาในการโหลดที่นานเกินไป ผู้ค้นหาก็อาจจะปิดเว็บไซต์คุณทิ้งไปก่อนที่จะได้อ่านคอนเทนต์… ซึ่งหากสิ่งนั้นเกิดขึ้น เซิจเอนจิ้นก็จะเริ่มมองว่าเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพต่ำและไม่เหมาะกับผู้ใช้งานนั่นเอง

สำหรับเซิจเอนจิ้นแล้วความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นเรื่องที่สำคัญมาก HTTPS จึงถูกนำเข้ามาเป็นปัจจัยที่ใช้ในการประเมินคุณภาพของเว็บไซต์ด้วย อย่าลืมทำให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณแสดงผลเป็น HTTPS นำหน้าชื่อเว็บไซต์ แทนที่จะเป็น HTTP เพราะนอกเหนือไปจากการทำให้เซิจเอนจิ้นไว้ใจเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น ผู้ใช้งานก็จะใช้งานเว็บไซต์ของคุณได้อย่างสบายใจว่าข้อมูลของเขาจะไม่รั่วไหลเช่นกัน

ขั้นตอนถัดมาสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยในขั้นตอนของการทำ SEO ก็คือการทำให้เว็บไซต์สามารถแสดงผลได้อย่างเหมาะสมบนทุกอุปกรณ์ การรองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile-friendliness) ปัจจัยนี้มีความสำคัญมากในปัจจุบันเนื่องจากผู้คนหันไปใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่กันมากขึ้น… ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต ทั้งนี้ในมุมมองของเซิจเอนจิ้นหากมีการทำการค้นหาผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่แล้วเว็บไซต์ไม่รองรับการแสดงผลที่ดี นั่นย่อมทำให้ผู้ใช้งานไม่สะดวกกับการค้นหาข้อมูลที่ตัวเองต้องการ การรองรับการแสดงผลนี้จึงมีผลอย่างมากต่อการทำ SEO และเซิจเอนจิ้นมักจะเลือกเว็บไซต์ที่รองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่นี้ให้มีอันดับที่ดีกว่าเสมอ

การที่คุณใช้วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้ค้นหาคลิกเข้าชมเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น และช่วยเพิ่มโอกาสในการแสดงอันดับเว็บไซต์ที่สูงขึ้น… นอกเหนือไปจากการใช้คีย์เวิร์ดที่คุณได้มาในการเขียนคอนเทนต์ที่ตรงกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ, การตั้งค่า Title Label และ Meta Desciption แล้ว… คุณยังสามารถใช้มันในโครงสร้าง URL ซึ่งจะช่วยให้เซิจเอนจิ้นเข้าใจเว็บไซต์ของคุณได้ดียิ่งขึ้น

การค้นหาประเภทนี้ผู้ค้นหาจะใช้คำค้นหาที่บ่งบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการ เช่น “จองตั๋วเครื่องบิน”, “เช่าคอนโด”, “ซื้อรถยนต์มือสอง” เป็นต้น คำค้นหาที่เป็นการสอบถามข้อมูล การค้นหาประเภทนี้จะถูกใช้เมื่อผู้ค้นหาต้องการอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพิ่มเติม เช่น “รีวิวที่พักเชียงใหม่”, “ไอโฟน 8 ดีมั้ย? ”, “วิธีทำพายบลูเบอร์รี่” เป็นต้น คำค้นหาเว็บไซต์ต่างๆ การค้นหาประเภทนี้ผู้คนหาจะใช้คำค้นหาที่เป็นชื่อของเว็บไซต์หรือแบรนด์เป็นหลัก เช่น Facebook, Search engines Map, Pantip เป็นต้น หากเซิจเอนจิ้นเป็นมนุษย์… คำถามที่มันถามตัวเองตลอดเวลาก็คือ “เว็บไซต์ที่กำลังจะแสดงผลขึ้นมาให้ผู้ค้นหาคือสิ่งที่ผู้ค้นหาต้องการหรือไม่?

การตลาดออนไลน์

เมื่อคุณใส่ใจกับความเร็วในการโหลดของเว็บไซต์ ผู้เข้าชมก็จะอยู่บนเว็บไซต์ของคุณนานขึ้น ตรงนี้จะส่งผลให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่ม Transformation Rate เพราะคุณไม่เสียผู้เข้าชมไปฟรีๆจากการที่เขารอเว็บไซต์ที่โหลดช้าไม่ไหวนั่นเอง

ซึ่งเราสามารถแบ่งกลุ่มของวิธีการเลือกคีย์เวิร์ดออกเป็น two แบบกว้างๆคือ: Long-tail Keyword: คีย์เวิร์ดที่มีความเฉพาะเจาะจงซึ่งประกอบไปด้วยคำหรือกลุ่มคำอย่างน้อย 3-5 คำ การเลือกคีย์เวิร์ดประเภทนี้มักจะมีการแข่งขันที่ต่ำ อีกทั้งยังทำให้คุณได้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่มีคุณภาพมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องแลกเปลี่ยนด้วยจำนวนผู้ค้นหาที่น้อยลง Short-tail Keyword: ตรงกันข้ามกับคีย์เวิร์ดแบบ Long-tail… นี่คือคำค้นหาที่เป็นคำแบบกว้างๆเพียงแค่ 1-2 คำเท่านั้น คีย์เวิร์ดประเภทนี้จะเป็นคำทั่วๆไปซึ่งมีจำนวนผู้ค้นหาเยอะและการแข่งขันสูง วิธีการทำ SEO ที่ดีก็คือการใช้คีย์เวิร์ดทั้งสองประเภทนี้ร่วมกันในเว็บไซต์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถสร้างผู้เข้าชมที่มีจำนวนเหมาะสมและมีคุณภาพ ทั้งนี้คุณภาพของผู้เข้าชมเว็บไซต์จะเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อ Conversion Price ซึ่งเป็นการกระทำต่างๆที่เป็นผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการจากผู้เข้าชมนั่นเอง

กล่าวคือ… คุณไม่ได้ต้องการเพียงแค่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่เข้ามาและออกไปเท่านั้น แต่เป็นผู้เข้ามาชมเว็บไซต์ที่เข้ามาอ่านหรือรับชมคอนเทนต์จริงๆ และแสดงให้คุณเห็นว่าเขาสนใจธุรกิจของคุณด้วยการตัดสินใจซื้อ, ลงทะเบียน, โทรศัพท์ติดต่อคุณ, แอดไลน์ เป็นต้น สามารถช่วยคุณในกระบวนการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดนี้ได้ และเมื่อคุณได้คีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว… เราก็จะนำคีย์เวิร์ดเหล่านั้นมาปรับแต่งบนเว็บไซต์ในขั้นตอนถัดไป ทุกครั้งที่กลุ่มเป้าหมายของคุณทำการค้นหาบนเซิจเอนจิ้น เขาจะเห็นเว็บไซต์ต่างๆแสดงขึ้นมา สิ่งที่แสดงอยู่บนผลการค้นหาของแต่ละเว็บไซต์ก็คือ Name Tag และ Meta Explanation ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ผู้ค้นหาคนนั้นเลือกคลิกเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ การตั้งค่า Title Label และ Meta Description ด้วยการใช้คีย์เวิร์ดที่คุณได้จากขั้นตอน Research จะเป็นการเน้นย้ำกับเซิจเอนจิ้นว่าเนื้อหาของเว็บไซต์คุณนั้นเกี่ยวกับอะไร, คุณต้องการทำอันดับคีย์เวิร์ดใด, อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ค้นหารู้สึกว่าเว็บไซต์ของคุณมีข้อมูลที่เขากำลังมองหา ดังนั้นการตั้ง Title Tag และ Meta Description ที่ดีนั้นควรจะประกอบไปด้วยคีย์เวิร์ดสัก 2 – 3 คำ รวมทั้งอ่านได้ง่ายและไม่ยาวจนเกินไปเพื่อให้แสดงผลได้อย่างเหมาะสมบนหน้าการค้นหา

คุณสามารถตรวจสอบคุณภาพความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ได้จาก เพื่อหาว่ามีอะไรอีกหรือไม่ที่คุณสามารถปรับปรุงและพัฒนาได้ เพื่อให้เว็บไซต์มีความเร็วในการโหลดเร็วขึ้น เช่น การบีบอัดไฟล์ภาพให้มีขนาดเล็กลง, หรือการใช้โฮสต์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การทำ SEO เริ่มต้นด้วยการทำ Keyword Study (การวิเคราะห์คีย์เวิร์ด) เพราะนี่คือคำค้นหา ที่ผู้ใช้งานแต่ละคนใช้เพื่อหาข้อมูลที่ตัวเองต้องการ เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณแสดงก่อนคู่แข่งและแสดงต่อกลุ่มเป้าหมาย คุณต้องวางแผนว่าจะเลือกใช้คีย์เวิร์ดใดบ้างสำหรับการทำอันดับ SEO…

ทั้งนี้ผู้ให้บริการโฮสติ้งรายใหญ่ๆมักมีบริการเพิ่มเติมด้าน SSL นี้มาให้อยู่แล้ว หรือหากไม่มีคุณก็สามารถติดตั้ง SSL ให้กับเว็บไซต์ด้วยตัวเองผ่าน Cloudflare ได้เช่นกัน หลังจากที่คุณติดตั้ง SSL แล้วโดเมนของคุณจะเปลี่ยนจาก HTTP เป็น HTTPS ทันที

คุณเองก็ควรทำแบบเดียวกันด้วยการนึกอยู่เสมอว่า หากลูกค้าของคุณนึกถึงสินค้าหรือบริการของธุรกิจคุณ เขาจะค้นหาด้วยคำว่าอะไร และคุณจะทำให้เว็บไซต์ของคุณตอบคำถามและเป็นประโยชน์กับเขาที่สุดได้อย่างไร เมื่อคุณทราบหลักการพื้นฐานแล้ว คำถามต่อมาก็คือ “คุณจะทำให้เซิจเอนจิ้นเลือกแสดงผลเว็บไซต์ของคุณก่อนเว็บไซต์อื่นๆได้อย่างไร? ทุกๆการค้นหาจะต้องเริ่มต้นด้วย “คำค้นหา” หรือที่เราเรียกกันว่า “คีย์เวิร์ด” คีย์เวิร์ดเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆที่คุณต้องให้ความสำคัญ… ทั้งนี้ก็เพราะเซิจเอนจิ้นมีวิธีการของตัวเองเพื่อให้เข้าใจเนื้อหาภายในเว็บไซต์ของคุณได้ดีที่สุด เพื่อที่มันจะสามารถประเมินได้ว่าควรแสดงเว็บไซต์ของคุณก่อนเว็บไซต์อื่นหรือไม่ มันจึงใช้คีย์เวิร์ดเป็นเครื่องชี้ทาง อาจกล่าวได้อีกอย่างว่า การใช้คีย์เวิร์ดจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เซิจเอนจิ้นหาคุณเจอได้ง่ายขึ้น… และคีย์เวิร์ดนี้เองก็มีบทบาทในการทำ On-page SEO เป็นอย่างมาก